องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ใส
หน้าหลัก
ข้อมูลพื้นฐาน
ข้อมูลทั่วไป
ภารกิจ อำนาจหน้าที่
ประกาศผลการลดพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน
ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลแม่ใส
ประวัติความเป็นมา
กฎหมายและระเบียบ
รวมกฎหมายท้องถิ่น
คู่มือหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่
การจัดการองค์ความรู้ Knowledge Management: KM
โครงสร้างส่วนราชการ
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
ทำเนียบผู้บริหาร
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
หน่วยตรวจสอบภายใน
แผนผังแสดงโครงสร้างส่วนราชการ
หัวหน้าส่วนราชการ
ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ
นายสันติ สารเร็ว
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ใส
089-7577366
เมนูหลัก
งานแผนและงบประมาณ
แผนพัฒนา อบต.แม่ใส
การเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วม
แผนดำเนินงาน
ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
งานพัสดุการคลัง
แผนการจัดหาพัสดุหรือการจัดซื้อจัดจ้าง
แผนการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศราคากลางฯ
ประกาศโครงการ
ยกเลิกประกาศฯ
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุ (สขร.1)
ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา
ITA งานพัสดุ
รายละเอียดผลการจัดซื้อจัดจ้างในระบบ E-GPโดยวิธี E-BIDDING
รายละเอียดผลการจัดซื้อจัดจ้างในระบบ E-GPโดยวิธีเฉพาะเจาะจง
การตรวจสอบพัสดุประจำปี
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง สขร.1
รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุประจำปี
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานพัสดุ
งานการเงินและบัญชี
รายงานการเงิน
แผนการใช้จ่ายเงิน
รายงานการรับ - จ่ายเงิน
งานจัดเก็บรายได้
สิทธิและหน้าที่ผู้เสียภาษี
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ภาษีป้าย
การจดทะเบียนพาณิชย์
แผนการจัดเก็บภาษีและพัฒนารายได้
งานพัฒนาสังคม
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลแม่ใส
ผู้สูงอายุ
ผู้พิการ
ผู้ป่วยเอดส์
เด็กแรกเกิด
การขอรับเงินสงเคราะห์ ต่างๆ
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารสำหรับประชาชน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประกาศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
แบบฟอร์ม : คำขอข้อมูลข่าวสาร
แบบฟอร์ม : คำขออนุญาตใช้สถานที่ราชการ
ข้อมูลเชิงสถิติการให้บริการ
ร้องเรียน-ร้องทุกข์
ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน
คู่มือสำหรับประชาชน
งานการเจ้าหน้าที่
องค์กรสุขภาวะ Happy Workplace
แผนการบริหารและแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคล
แผนอัตรากำลัง 3 ปี (พ.ศ.2567 - 2569)
ประกาศโครงสร้างส่วนราชการ
แผนพัฒนาบุคลากร 3 ปี (พ.ศ.2567 - 2569)
ประชาสัมพันธ์ตำแหน่งว่าง
ประกาศ คำสั่ง ที่เกี่ยวข้องกับงานการเจ้าหน้าที่
แบบฟอร์มต่างๆ
กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์ ที่เกี่ยวข้อง
งานสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
คู่มือสำหรับประชาชน การขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ข้อบัญญัติด้านสาธารณสุข
งานป้องกันการทุจริตและความโปร่งใส
คู่มือ
ประมวลจริยธรรม
การประเมินความเสี่ยงการทุจริต
No Gift Policy
ITA
แผนการป้องกันการทุจริตเพื่อยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใส
งานควบคุมภายใน
งานบริหารความเสี่ยง
ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ประกาศ นโยบาย แนวปฏิบัติ มาตรการ เจตนารมณ์ ที่เกี่ยวข้อกับงานป้องการทุจริตและความโปร่งใส
งานกิจการสภา
2569
2568
ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการสภา
2566
2567
งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
แบบคำขอรับการสนับสนุนน้ำ
แบบรายงานเหตุด่วนสาธารณภัย
แบบคำขอใช้รถพยาบาลฉุกเฉิน รถตรวจการณ์
แบบบันทึกข้อมูลรับแจ้งเหตุ
แผนหมอกควันไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM.25
กองช่าง
การขอหนังสือรับรองสิ่งปลูกสร้าง
การขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้ายอาคาร
การขออนุญาตขุดดินและถมดิน
ระเบียบกฎหมายองค์ความรู้ด้านช่าง
โครงการตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน
ป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะ
งานไฟฟ้าสาธารณะ
งานตรวจสอบภายใน
กฎ ระเบียบ คู่มือการปฏิบัติงาน
เอกสารที่เกี่ยวข้องสำหรับงานตรวจสอบภายใน
งานการศึกษา
LPA
คู่มือปฏิบัติงาน
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลแม่ใส
งานเลือกตั้ง
งานเลือกตั้ง
ประวัติความเป็นมา
| เข้าชม 1041 ครั้ง
ประกาศจัดตั้ง องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ใส ประกาศ ณ วันที่ 19 มกราคม 2539
ข้อมูลทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่ใส.PDF
ข้อมูลทั่วไป.doc
ประวัติความเป็นมา
เมืองพะเยายุคหลังสมัยรัตนโกสินทร์ หลังจากดินแดนล้านนาทั้งหมดถูกพม่ายึดครองได้ในปี พ.ศ. 2101ทำให้ล้านนาตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าเป็นระยะเวลา 200 ปี ด้วยเหตุนี้ทำให้เมืองพะเยาถูกลตฐานะและความสำคัญของเมืองไป กระทั่งเมืองพะเยาก็เป็นเมืองร้าง เหมือนกับหลายเมืองในล้านนา โดยเฉพาะในช่วงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310
ต่อมาภายหลัง ปี พ.ศ. 2317 ล้านนากับสยามสามารถขับไล่พม่าออกจากดินแดนล้านนาได้สำเร็จ จึงเกิดการฟื้นฟูเมืองต่าง ๆ ในล้านนาอีกครั้ง สำหรับเมืองพะเยาได้รับการฟื้นฟูเช่นเดียวกัน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3
พ.ศ. 2330 พระเจ้าเมืองอังวะสั่งให้อะแซวุ่นกี้เป็นแม่ทัพยกกองทัพใหญ่มาทางหัวเมืองฝ่ายเหนือ เช่น เมืองฝาง เมืองเชียงราย เมืองเชียงแสน และเมืองพะเยารวมเข้าด้วย เจ้านายและประชาชนตื่นตกใจต่างก็พากันอพยพครอบครัวหลบหนีข้าศึกพม่าไปอยู่เมืองลำปาง ครอบครัวชาวเมืองเชียงราย ไปตั้งอยู่ที่ตรง 5 แยกเมืองลำปางเดี๋ยวนี้ ได้ร่วมกันสร้างวัดโดยถือเอาตามนามเมืองเดิมที่มาจากเชียงรายว่า "วัดเชียงราย" มาจนบัดนี้ ฝ่ายครอบครัวของชาวเมืองปุเมืองสาดที่ถูกกวาดต้อนมาตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านวัดเมืองศาสตร์เดี๋ยวนี้ส่วนชาวเมืองพะเยาได้อพยพไปตั้งหลักอยู่บ้านปงสนุกด้านใต้ฝั่งขวาของแม่น้ำวัง คือ บ้านปงสนุกเดี๋ยวนี้ เมืองพะเยาในสมัยนั้นในบริเวณตัวเมืองรกร้างไปเป็นเวลานานถึง 56 ปี
พ.ศ. 2386 พระยานครลำปางน้อยอินทร์กับพระยาอุปราชมหาวงศ์ เมืองเชียงใหม่ ลงไปเฝ้าทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ขอตั้งเมืองเชียงรายเป็นเมืองขึ้นของเชียงใหม่ และตั้งเมืองงาว เมืองพะเยาเป็นเมืองขึ้นของนครลำปาง ต่อมาพระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายพุทธวงศ์น้องคนที่ 1 (เจ้าหลวงวงศ์) ของพระยานครอินทร์ นําชาวเมืองพะเยามาจากเมืองลําปาง กลับมาฟื้นฟูเมืองพะเยาขึ้นมาใหม่ ให้เมืองพะเยาเป็นเมืองขึ้นของเมืองลําปาง จากนั้น เมืองพะเยามีเจ้าผู้ครองเมืองต่อมาอีกหลายองค์ เจ้าผู้ครองเมืององค์สุดท้ายคือ พระยาประเทศอุดรทิศ (เจ้าหนานไชยวงศ์ ศีติสาร) (พระธรรมวิมลโมลี, 2531)
พ.ศ. 2387 เจ้าเมืองพะเยาคนแรก ในสมัยรัตนโกสินทร์คือ เจ้าพุทธวงศ์ เจ้าหลวงวงศ์ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาประเทศอุดรทิศ แต่ประชาชนมักจะเรียกตามนามเดิม เช่น เจ้าหลวงวงศ์ และเป็นตำแหน่งประจำของเจ้าหลวงเมืองพะเยา ในเวลาต่อมา ต่อนั้นก็แบ่งครอบครัวชาวเมืองลำปางให้ไปอยู่เมืองพะเยา ส่วนลูกหลานพวกที่อพยพหนีพม่า จากที่เมืองพะเยาเป็นเมืองร้างไปถึง 56 ปี พากันอพยพกลับสู่เมืองพะเยา (พระธรรมวิมลโมลี, 2531)
พ.ศ. 2443 ได้เปลี่ยนชื่อให้สั้นลงเป็นมณฑลพายัพซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตแปลว่าตะวันตกเฉียงเหนือครอบคลุมพื้นที่อาณาเขตของอดีตอาณาจักรล้านนา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ได้มีการรวมหัวเมือง ประกอบด้วย 6 หัวเมือง ได้แก่ 1.) เมืองนครเชียงใหม่ (ครอบคลุมพื้นที่ เมืองแม่ฮ่องสอน และเมืองเชียงราย) 2.) เมืองนครลำปาง (ครอบคลุมพื้นที่เมืองพะเยา และเมืองงาว 3.) เมืองนครลำพูน 4.) เมืองนครน่าน (ครอบคลุมพื้นที่เมืองเชียงของ เมืองเทิง เมืองเชียงคำ และเมืองปง 5.) เมืองนครแพร่ 6.) เมืองเถิน
ขึ้นเป็น มณฑลตะวันตกเฉียงเหนือ แล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นมณฑลพายัพ ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตแปลว่าตะวันตกเฉียงเหนือ
(มณฑลเทศาภิบาล,
th.wikipedia.org/wiki)
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2443
พ.ศ. 2444 ด้วยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ เมืองพะเยาซึ่งเป็นเมืองขึ้น เมืองนครลำปาง มีอาณาเขตกว้างขวาง มีผู้คนเป็นจำนวนมากสมควรจัดให้เป็นบริเวณหนึ่ง และจัดให้มีข้าหลวงประจำบริเวณ และให้รวมเมืองพะเยา เมืองงาว รวมเมืองเข้าเป็นบริเวณหนึ่ง เรียกว่า "บริเวณพะเยา" และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หลวงศรีสมัตถการ ซึ่งรับราชการตำแหน่งผู้ช่วยกรมมหาดไทยฝ่ายพลัมภัง เป็นข้าหลวงประจำบริเวณพะเยา (แจ้งความกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แต่งตั้งหลวงศรีสมัตถการ เป็นข้าหลวงประจำบริเวณพะเยา. (PDF).
ราชกิจจานุเบกษา.
18 : 815. 19 มกราคม รศ.120)
พ.ศ. 2453 ด้วยมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศทราบทั่วกันว่า แต่เดิมเมืองเชียงแสน เมืองเชียงราย เมืองฝาง เวียงป่าเป้า เมืองพะเยา อำเภอแม่ใจ อำเภอดอกคำใต้ อำเภอแม่สวย เมืองเชียงคำ เมืองเชียงของ ได้จัดรวมเข้าเป็นจังหวัดเรียกว่าจังหวัดพายัพเหนือ ต่อมาเมืองเหล่านี้มีความเจริญยิ่งขึ้นจนเป็นเหตุให้เห็นว่า การที่จัดให้เป็นเพียงจังหวัดไม่พอแก่ราชการและความเจริญ สมควรจะเลื่อนชั้นการปกครองขึ้นให้สมกับราชการและความเจริญในท้องที่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองเชียงแสน เมืองเชียงราย เมืองฝาง เวียงป่าเป้า เมืองพะเยา อำเภอแม่ใจ อำเภอดอกคำใต้ อำเภอแม่สวย เมืองเชียงคำ เมืองเชียงของ ตั้งขึ้นเป็นเมืองจัตวา เรียกว่าเมืองเชียงราย อยู่ในมณฑลพายัพ ให้พระภักดีณรงค์ ซึ่งเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดพายัพเหนือ เป็นผู้ว่าราชการเมืองเชียงราย (แจ้งความกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ยกเมืองเชียงรายเป็นเมืองจัตวา รวมอยู่ในมณฑลพายัพ. (PDF).
ราชกิจจานุเบกษา.
27 : 427. 12 มิถุนายน รศ.129)
พ.ศ. 2458 มีกลุ่มชนที่มาตั้งหลักฐานในหมู่บ้านมาจากบ้านท่ากว๊าน ในต.เวียงพะเยา ได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ตามหัวไร่ปลายนาประกอบอาชีพทำนา เลี้ยงสัตว์ประมาณ 10-20 ครัวเรือน ซึ่งต้นตระกูลแรกที่มาตั้งบ้านเรือนคือ ตระกูลชุ่มคำลือต่อมาเป็น ชุ่มลือ แล้วต่อมาก็มีประชากรเริ่มอพยพมาจากบ้านกาดเมฆอำเภอเมืองจังหวัดลำปางมาทำมาหากินตั้งถิ่นฐานโดยการนำเอาวัฒนธรรมการตีมีดมาด้วยจนทำให้เป็นอาชีพของชาวบ้านร่องไฮซึ่งประชากรที่อพยพมาจากลำปาง เริ่มมาเมื่อ พ.ศ. 2458
เดิมชุมชนเดิมชุมชนบ้านร่องไฮ พื้นที่ในชุมชนบ้านร่องไฮยังเป็นป่าไม้รัง ไม้ไผ่ ไม้ทองกวาว และไม้เบญจพรรณ เป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาได้มีกลุ่มชนที่มาตั้งหลักถิ่นฐานในหมู่บ้านมาจากบ้านท่ากว๊าน ต.เวียงพะเยา ได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ตามหัวไร่ปลายนาประกอบอาชีพทำนา เลี้ยงสัตว์ประมาณ 10-20 ครัวเรือน ซึ่งต้นตระกูลแรกที่มาตั้งบ้านเรือนคือ ตระกูล ชุ่มคำลือ ต่อมาเป็น ชุ่มลือ
พ.ศ. 2460 เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย รับพระบรมราชโองการใส่เกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศลงวันที่ 19 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2459 ให้เปลี่ยนคำว่า "เมือง" เป็น "จังหวัด" ผู้ว่าราชการเมืองเรียกว่า "ผู้ว่าราชการจังหวัด" อำเภอเรียกตามชื่อตำบลที่ตั้งว่าการอำเภอนั้น อำเภอพะเยา เปลี่ยนชื่อเรียกเป็นอำเภอเมืองพะเยา (ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เปลี่ยนชื่ออำเภอ. (PDF).
ราชกิจจานุเบกษา.
34 : 40-68. 29 เมษายน 2460)
พ.ศ. 2465 บันทึกครูบาศรีวิลาศวชิรปัญญา วัน ๖ฯ๗-๑๒๘๓-๒๔๖๕ วันที่ ๗ เมษายน บันทึกไว้ว่า ตำบลบ่อแฮ้ว มีนายหลาน นาแพร่ เป็นกำนัน มีหมู่บ้านบ่อแฮ้ว บ้านแม่ใส บ้านร่องไฮ บ้านสันป่าถ่อน บ้านแม่ใสเหล่า การปกครองบ้านเมืองสมัยนั้นค่อนข้างลำบาก เพราะอาณาเขตของอำเภอพะเยามีเขตกว้างขวาง อำเภอพะเยา ในขณะเมื่อเริ่มมีการปกครองแบบกระจายอำนาจเป็นจังหวัด อำเภอ ตำบลนั้น ได้แบ่งออกเป็น 21 ตำบล บ้านแม่ใส ยังอยู่ในตำบลบ่อแฮ้ว อำเภอเมืองพะเยา (พระธรรมวิมลโมลี. ประวัติศาสตร์เมืองพะเยายุคหลัง. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน, 2531.)
พ.ศ. 2478-2480 พระศุภการกำจร ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายอำเภอเมืองพะเยาเริ่มสำรวจกว๊านพะเยา และรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่จะใช้ประกอบการพัฒนากว๊านพะเยา ตามวัตถุประสงค์ของกรมเกษตรการประมง ในปีพุทธศักราช 2480 ปัจจุบันบุตรหลานทายาทของพระศุภการกำจรยังตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านแม่ใส
พ.ศ. 2481 อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 6, 29 และพราะราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบราชการการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 มาตรา 20 ข้าหลวงประจำจังหวัดเชียงราย ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงเขตตำบล คือยุบตำบลบ่อแฮ้ว โดยรวมตำบลบ่อแฮ้ว ตำบลแม่นาเรือ และหมู่บ้านที่ 4, 5, 6, 7 ตำบลจำป่าหวาย หมู่บ้านที่ 7 ตำบลแม่ต๋ำ หมู่บ้านที่ 6 ตำบลในเวียง แล้วจัดตั้งเป็นตำบลขึ้นอีกตำบลหนึ่ง ขนานนามว่า ตำบลแม่นาเรือ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนแปลงเขตตำบลในจังหวัดเชียงราย (PDF).
ราชกิจจานุเบกษา.
55 : 3449-3457. 21 มกราคม 2481 บ้านแม่ใสเดิมที่อยู่ในตำบลบ่อแฮ้วที่ถูกยุบรวม จึงเป็นบ้านแม่ใส ตำบลแม่นาเรือ อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย
และในปีเดียวกันได้เปลี่ยนชื่อเรียกอำเภอเมืองพะเยา เป็นอำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย พระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนนามจังหวัดและอำเภอบางแห่ง พุทธศักราช 2481 (PDF).
ราชกิจจานุเบกษา.
55 : 658 -81. 14 พฤศจิกายน 2481)
พ.ศ 2482 คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พุทธศักราช 2477 เห็นสมควรกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย เพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษาพืชพันธุ์สัตว์น้ำ ให้ข้าหลวงประจำจังหวัดเชียงรายเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ (พระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย พุทธศักราช 2482. (PDF).
ราชกิจจานุเบกษา.
เล่ม56 : 2204-2207 1. 22 มกราคม 2482) หลังจากนั้น กรมประมงจึงได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำกั้นลำน้ำอิง บริเวณด้านตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอเมืองพะเยา แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2484 คือสถานีประมงพะเยาปัจจุบัน ทำให้น้ำท่วมไร่นา บ้านเรือน วัด โบราณสถาน โบราณวัตถุต่าง ๆ ในอาณาบริเวณบ้านร่องไฮเดิมก็ถูกน้ำท่วมเป็นบางส่วน ประชาชนหลายครอบครัวจึงอพยพบ้านเรือนขึ้นมาเหนือน้ำ หนองน้ำธรรมชาติขนาดเล็ก ใหญ่ จำนวน 5 หนองน้ำ คือ หนองน้ำสันธาตุร่องไฮ, หนองสันกว้าน ทุ่งกิ่ว, หนองเอี้ยง, หนองเหนียว, รวมทั้งทุ่งนาหลวง "นาทุ่งหลวง" (นาโต้งหลวง) จึงมีการเปลี่ยนชื่อเป็น "นาทุ่งกว๊าน" (นา โต้งกว๊าน) ในเวลาต่อมากลายเป็นกว๊านพะเยาในปัจจุบัน ได้ถูกรวมเปลี่ยนไปเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีพื้นที่เฉลี่ย 17-18 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณกว่า 12,000 ไร่ เป็นกว๊านพะเยา
ก่อน พ.ศ. 2484 หนองกว๊านจะมีน้ำมากเฉพาะฤดูฝน (กรกฎาคม-พฤศจิกายน) หลังจากนั้นน้ำจะลดลงเรื่อย ๆ จนเหลือแต่ลำคลองหรือแม่น้ำที่ไหลลงกว๊านน้อยกับกว๊านหลวงเท่านั้น ส่วนหนองกว๊านทางใต้กับทางเหนือน้ำจะแห้งขอดจนเดินข้ามได้สะดวก ชาวบ้านที่อยู่ตามชนบทฝั่งตรงข้าม สามารถเดินทางไปมาเข้าสู่ตัวเมืองพะเยาได้อย่างสะดวก และมักจะนำพืชผลสินค้าทางเกษตร เช่น จำพวก ข้าว ครั่ง บรรทุกเกวียนมาขาย ส่วนแม่ค้าก็จะหาบของมาขาย เช่น จำพวกของป่า และพืชผักต่างๆ มาขายที่ตลาดในเมืองตอนเช้า
(เสมียนนารี, silpa-mag.com)
ระหว่าง พ.ศ. 2482-2484 นายผล แผลงศร กลับมาดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอเมืองพะเยาอีกครั้งหนึ่ง สร้างประตูระบายน้ำกว๊านพะเยา (พระธรรมวิมลโมลี, 2531) สร้างที่ทำการของสถานีประมง ริเริ่มจัดหาทุนสร้างโรงพยาบาลเมืองพะเยา การสร้างทำนบและประตูน้ำกั้นขวางน้ำแม่อิง บริเวณส่วนที่ไหลออกจากหนองกว๊านทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อระดับน้ำถูกควบคุมโดยการปิด-เปิดประตูน้ำ จึงทำให้หนองน้ำธรรมชาติเปลี่ยนสภาพเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จากหนองกว๊านย่อย ๆ รวมกันเป็น "กว๊านพะเยา"
(เสมียนนารี, silpa-mag.com)
พ.ศ. 2484 ในฤดูน้ำหลาก น้ำจากแม่น้ำอิงที่ไหลลงสู่กว๊านพะเยา ทำให้ระดับน้ำกว๊านพะเยาเพิ่มสูงขึ้นและไหลท่วมพื้นที่หมู่บ้านบริเวณชายกว๊าน จึงได้มีการจัดสร้างฝ่ายกั้นน้ำขึ้นมาเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม ในสมัยนั้นยังไม่มีสถานีอนามัยหรือโรงพยาบาล เมื่อเกิดการเจ็บป่วยขึ้นจะใช้สมุนไพรในการรักษาและใช้เวทมนตร์คาถาร่วมด้วย โดยมีหมอเมืองซึ่งเป็นหมอประจำหมู่บ้านเป็นผู้ให้การรักษา
ในเวลาต่อมาพ่อท้าวใจวังได้เห็นว่า พื้นที่ทางด้านทิศใต้ของบ้านแม่ใสหลวง มีความอุดมสมบูรณ์และเหมาะสม ที่จะประกอบอาชีพเลี้ยงวัว, เลี้ยงควายและทำเป็นปางวัว ปางควาย จึงได้ย้ายครอบครัวออกไปสร้างบ้านเรือน อยู่ที่นั่น พร้อมกับได้มีคนอื่น ๆ ได้ย้ายติดตามจึงตั้งเป็นหมู่บ้านขึ้นใหม่อีกหนึ่งหมู่บ้าน โดยตั้งชื่อว่า "บ้านแม่ใสทุ่งวัวแดง" (ตั้งตามสภาพพื้นที่นี้มีวัวป่าซึ่งเป็น "วัวแดง" อาศัยอยู่จำนวนมาก) ส่วนทางด้านทิศตะวันตกของบ้านแม่ใสหลวง ได้มีพ่อเฒ่าแสนวงศ์ ได้ย้ายครอบครัวออกไปสร้าง บ้านเรือนอยู่ที่นั่นด้วยเพราะเห็นว่าพื้นที่นี้เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ขั้นหนาแน่นเป็น "ป่าเหล่า" และมีพื้นที่ดินเหนียวที่เหมาะสมแก่การประกอบอาชีพปั้น อิฐมอญ และได้มีผู้คนได้ย้ายสร้างบ้านเรือนสมทบขึ้นเรื่อย ๆ จึงได้ ก่อตั้งเป็นหมู่บ้าน "แม่ใสเหล่า" ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ในระยะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีกลุ่มประชาชนประมาณ 40-50 ครอบครัว ได้ชักชวนกันอพยพ จากบ้านกาดเมฆ บ้านทุ่งกู่ด้าย บ้านบ่อแฮ้ว และบ้านฟ้อน ซึ่งขึ้นอยู่กับอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มาอยู่ ณ ชุมชนบ้านร่องไฮ โคยมีสาเหตุสำคัญ 3 ประการ คือ
การหลบหนีภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในขณะนั้น จังหวัดลำปางเป็น เส้นทางเดินทัพของกองทัพญี่ปุ่น และมีฐานทัพตั้งอยู่ในบริเวณอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
การแสวงหาเเหล่งทำมาหากินที่อุดมสมบูรณ์กว่าท้องถิ่นเดิม ซึ่งชาวบ้านอำเภอเมืองลำปางทราบว่า บริเวณที่ราบลุ่มทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองพะเยามีแหล่งอุดมสมบูรณ์ทั้งปลาและข้าว มีที่ดินติดลำน้ำอิง
การคมนาคมติดต่อกันระหว่างชุมชนดั้งเดิมจากเมืองพะเยา กับเมืองลำปาง โดยอาศัยล้อเกวียนและวัวต่าง ในการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน โดยชาวเมืองพะเยาเอาปลาและข้าวไปแลกกับเกลือ และเครื่องโลหะอุปกรณ์การเกษตรและกสิกรรมจากเมืองลำปาง จึงทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลระหว่างชุมชน มีความสัมพันธ์ฉันท์ญาติมิตรสนิทสนมกันขึ้น จึงเกิดความไว้วางใจและชักชวนกันมาตั้งถิ่นฐานที่บ้านร่องไฮ
หลักฐานสำคัญของการอพยพจากแหล่งจังหวัดลำปาง คือ วัฒนธรรมและทักษะการตีมีด การทำอุปกรณ์การเกษตรด้วยเครื่องเหล็กที่มีต้นกำเนิดจากบ้านกาดเมฆและบ้านฟ่อนของอำเภอเมืองลำปาง ซึ่งปัจจุบันมีเป็นตำบลกาดเมฆและตำบลบ้านฟ่อนของอำเภอเมืองลำปาง เขตติดต่อกับอำเภอห้างฉัตรและอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ทักษะและอาชีพดังกล่าวได้ติดตามมากับบรรพบุรุษของชุมชนบ้านร่องไฮ พ่อหลวงบุญเรือง โพทา กล่าวว่า "มุยน้อย (ขวานเหล็กขนาดเล็ก) ที่มีขายที่บ้านร่องไฮในปัจจุบัน ยังต้องนำต้นแบบมาจากบ้านกาดเมฆอยู่แล้วนำมา เช่น (ตีซ้ำให้เกิดรูปร่างและความคม) ที่นี่ พวกเรายังทำตัวมุยน้อยไม่เก่งเท่าพวกกาดเมฆเลย"
"การเดินทางสมัยก่อน ต้องใช้ล้อเกวียนเดินทางจากพะเยาไปลำปาง ผ่านขุนเขาหุบห้วย ใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะถึงลำปาง แล้วต้องไปพักนอนบ้านชาวบ้าน จึงเกิดความสนิทสนมกลมเกลียวฉันท์เครือญาติ แล้วชักชวนกันอพยพมาอยู่ที่พะเยา" พ่อหลวงบุญเรือง และผู้อาวุโสท่านอื่นที่ผู้ศึกษาสัมภาษณ์นั้น ต่างกล่าวยืนยันความคิดเห็นของการสื่อสารติดต่อกันที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการอพยพ เมื่อมองย้อนหลังไปมากกว่า 60 ปี พ่อหลวงบุญเรืองได้กล่าวว่า ชุมชนแห่งนี้เคยถูกทิ้งร้างมาก่อนที่จะเป็นชุมชนบ้านร่องไฮ สังเกตได้จากการพบซากธาตุฐานเจดีย์ ฐานกำแพงรกร้าง ปรักหักพัง ติดริมกว้านพะเยาในเขตท้ายหมู่บ้าน ซึ่งมีถึง 14 จุดด้วยกัน ผู้ศึกษากับคณะพ่อหลวงได้เดินสำรวจ โบราณสถานบางจุดก็พบซากเจดีย์ปรักหักพัง และมีพระพุทธรูปหินทราย ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 12 นิ้ว เสียหายหักพัง มีรูปช้างสลักด้วยหินทราย แท่นบดยา และหัวเสาอุโบสถ ปรากฏในบริเวณเจดีย์เก่าที่มีร่องรอยของการขุดค้นของนักล่าหาของเก่า (ประกอบศิริ ภักดีพินิจ, 2545)
พ.ศ. 2489 อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย ยังไม่มีโรงพยาบาลประจำอำเภอ ประชาชนที่เจ็บป่วยต้องไปรักษาที่สุขศาลา ถ้าเจ็บป่วยที่ต้องใช้แพทย์รักษาต้องเดินทางไปยังตัวเมืองเชียงราย เป็นระยะทางที่ไกล การคมนาคมไม่สะดวก ผู้ป่วยจำนวนมากต้องเสียชีวิตเนื่องจากการคมนาคม และไม่มีรถโดยสารเข้าตัวจังหวัด ทำให้ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนในอำเภอพะเยาขระนั้น เห็นพ้องต้องกันควรจัดตั้วโรงพยาบาลขุนในอำเภอพะเยาและร่วมกันเรี่ยไรเงินบริจาคได้จำนวนหนึ่ง
พ.ศ. 2497 นายวิฑิต โภคะกุล นายอำเภอพะเยาขณะนั้น ได้เสนอโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลพะเยาต่อกระทรวงสาธารณสุข และได้รับความเห็นชอบในปี พ.ศ. 2499 รัฐบาลในขณะนั้นได้อนุมัติเงินจำนวน 1 ล้าน 5 แสนบาท รวมกับเงินบริจาคจำนวน 194,412 บาท และเงินบำรุงท้องที่อำเภอเมืองพะเยา 39,548 บาท ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2499 ได้เริ่มก่อสร้างโรงพยาบาลพะเยาขึ้น ใช้ระยะเวลาก่อสร้างนาน 6 เดือน เป็นโรงพยาบาลขนาด 25 เตียง มีแพทย์ประจำ 1 คน ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ผู้อำนวยการคนแรกคือ นายแพทย์สมบัติ อินทรลาวัณย์
พ.ศ. 2500 โรงพยาบาลพะเยาได้เปิดให้บริการ ชาวบ้านร่องไฮ ได้ใช้เรือพายมารับบริการที่โรงพยาบาลพะเยา โดยมีท่าเรือที่หลังโรงพยาบาลพะเยา
พ.ศ. 2504 การฝังศพในหมู่บ้านจะใช้กว๊านพะเยาฝั่งทิศใต้ในการฝังศพ ย้ายจากกว๊านพะเยามาใช้พื้นที่ป่าช้าของหมู่บ้านในการฝังศพ เนื่องจากน้ำในกว๊านมีปริมาณเพิ่มขึ้นมาท่วมบริเวณที่ฝังศพ ชาวบ้านกลัวว่าจะเกิดโรคระบาดจึงย้ายสถานที่และเปลี่ยนจากการฝังศพมาเป็นการเผาศพ โดยเริ่มจากการนำอิฐมาก่อต่อมาจึงเริ่มมีการสร้างเมรุและเปลี่ยนมาใช้เมรุจนถึงปัจจุบัน
พ.ศ. 2520 อำเภอเมืองพะเยาได้ยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดพะเยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ฯ มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งจังหวัดพะเยา ตามพระราชบัญญัติ เรื่อง ตั้งจังหวัดพะเยา พ.ศ. 2520 ประกอบด้วยอำเภอ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพะเยา อำเภอจุน อำเภอเชียงคำ อำเภอเชียงม่วน อำเภอดอกคำใต้ อำเภอปง และอำเภอแม่ใจ (พระราชบัญญัติ ตั้งจังหวัดพะเยา พ.ศ. 2520 (PDF).
ราชกิจจานุเบกษา.
เล่ม 94 ฉบับพิเศษ ตอนที่ 69 : 1-4. 28 กรกฎาคม 2520) และมีนายสัญญา ปาลวัฒน์วิไชย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาคนแรก (
สำนักงานจังหวัดพะเยา
) และในปีเดียวกันนั้นได้เริ่มก่อตั้งสำนักงานผดุงครรภ์อนามัยแม่ใส
พ.ศ. 2522 ตั้งตำบลแม่ใส โดยแยกออกมาจากตำบลแม่นาเรือ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา (PDF).
ราชกิจจานุเบกษา.
เล่ม 96 ฉบับพิเศษ ตอนที่ 142 : 1-17. 16 สิงหาคม 2522
ตั้งตำบลแม่ใส โดยโอนหมู่บ้านที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 18 ตำบลแม่นาเรือ ตั้งเป็นตำบลแม่ใส อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา จำนวน 7 หมู่บ้าน ดังนี้
หมู่ที่ 1 โอนจากหมู่ที่ 1 (บ้านร่องไฮ) ตำบลแม่นาเรือ
หมู่ที่ 2 โอนจากหมู่ที่ 2 (บ้านแม่ใส) ตำบลแม่นาเรือ
หมู่ที่ 3 โอนจากหมู่ที่ 3 (บ้านแม่ใสทุ่ง) ตำบลแม่นาเรือ
หมู่ที่ 4 โอนจากหมู่ที่ 4 (บ้านแม่ใสเหล่า) ตำบลแม่นาเรือ
หมู่ที่ 5 โอนจากหมู่ที่ 5 (บ้านบ่อแฮ้ว) ตำบลแม่นาเรือ
หมู่ที่ 6 โอนจากหมู่ที่ 6 (บ้านสันป่าถ่อน) ตำบลแม่นาเรือ
หมู่ที่ 7 โอนจากหมู่ที่ 18 (บ้านสันช้างหิน) ตำบลแม่นาเรือ
ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2522 เป็นต้นไป (ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา. (PDF).
ราชกิจจานุเบกษา.
เล่ม 96 ฉบับพิเศษ ตอนที่ 142 : 1-17. 16 สิงหาคม 2522)
พ.ศ. 2541 เนื่องด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กำหนดเขตตำบลภายในท้องที่ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 กำหนดเขตตำบลแม่ใส ในท้องที่อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา โดยให้มีเขตการปกครองรวม 8 หมู่บ้าน ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา (PDF).
ราชกิจจานุเบกษา.
เล่ม 115 ตอนพิเศษ 93 ง : 214 - 247. 12 ตุลาคม 2541
อาณาเขตติดต่อ
ทิศเหนือ
ติดกับ กว๊านพะเยา
ทิศใต้
ติดกับ บ้านร่องคำน้อย ตำบลแม่นาเรือ และพื้นที่ตำบลแม่กา อ.เมือง จ.พะเยา
ทิศตะวันออก
ติดกับ แม่ต๋ำบุญโยง ตำบลแม่ต๋ำ อ.เมือง จ.พะเยา
ทิศตะวันตก
ติดกับ บ้านซ่อน ตำบลแม่นาเรือ และบ้านห้วยลึก ตำบลตุ่น อ.เมือง จ.พะเยา
แหล่งอ้างอิง
https://wikicommunity.sac.or.th/ วิกิชุมชน
ประวัติศาสตร์เมืองพะเยายุคหลัง พระเทพวิสุทธิเวที เรียบเรียง พ.ศ.2531